เวลามีปัญหาการเงิน ขาดสภาพคล่อง วิธีการแก้ปัญหาที่คนส่วนใหญ่นึกออกน่าจะไม่ต่างกัน นั่นคือ ลดรายจ่าย และเพิ่มรายได้
การลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ เป็นการแก้ปัญหาสภาพคล่องที่ถูกวิธี ช่วยให้เราเพิ่มสภาพคล่องได้ทั้งสองขา และทำให้เกิดกระแสเงินสดในการดำรงชีวิตเพิ่มมากขึ้นได้ แต่ถ้าติดลบหนัก แถมยังเป็นการติดลบจากหนี้ การบีบค่าใช้จ่ายและการต้องหารายได้เพิ่มทุกเดือน ก็อาจไม่ไหวเหมือนกัน
สมัยเป็นหนี้ช่วงปี 40 การเงินครอบครัวผมติดลบอย่างหนัก เดือนๆนึงขาดสภาพคล่องหลายหมื่นบาท อาศัยความร่วมมือร่วมใจคนในครอบครัว กินน้อย ใช้น้อย และช่วยกันหารายได้เพิ่ม หลังเลิกงานผมรับจ้างและทำงานหลายอย่าง สมัยนั้นทั้งสอนพิเศษ ขายของ เป็นตัวแทนประกัน เสาร์อาทิตย์เป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ และที่ปรึกษาโรงงาน ทำแทบทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวมีรายได้มากขึ้น เรียกว่าแก้ปัญหากันแบบเดือนต่อเดือน
ที่รู้สึกเหนื่อยสักหน่อยก็คือ เราสู้อุตสาห์หาเงินมาตั้งแยะ สุดท้ายก็ช่วยครอบครัวได้แค่เดือนเดียว แล้วเดือนหน้าก็ต้องตั้งหน้าตั้งตาหาเงินใหม่ เรียกว่าเริ่มรอบใหม่กันทุกเดือน ตอนจ่ายเงินเจ้าหนี้ทุกราย ณ สิ้นเดือน รู้สึกเบาใจ แล้วก็เอาอีกแล้ว ขึ้นเดือนใหม่ ก็ได้เหนื่อยกันอีกแล้ว
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ผมเริ่มทำบ้านเช่า โดยบ้านเช่าหลังแรกของผมตั้งอยู่ติดกันกับบ้านตัวเอง (ผมเล่าเรื่องนี้ไว้ในบทแรกของหนังสือ “เกมเศรษฐี”) บ้านตัวเองเหนื่อยหาเงินมาผ่อนธนาคารทุกเดือน เพราะเป็นที่ๆผมและครอบครัวอาศัยอยู่รวมกัน 6 ชีวิต แต่บ้านอีกหลังที่ปล่อยเช่า มันมีรายได้เลี้ยงตัวเอง แถมยังมีกระแสเงินสดส่วนเกิน (ตอนนั้นยังไม่รู้ว่ามันคือ passive income) ให้ผมเอาเงินไปใช้จ่ายในครอบครัวเพิ่มอีกนิดหน่อย
หลังจากนั้นผมเริ่มสร้างทรัพย์สินอื่นๆ เพิ่มเติมขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น บ้านเช่าอีกหลายหลัง (ตอนนั้นกู้เอง 4 หลัง ใช้ชื่อแฟนอีก 4 หลัง กู้ทั้งธนาคารและสหกรณ์ออมทรัพย์) ช่วงแรกกระแสเงินสดอาจจะไม่มาก แต่ก็ชอบที่มันเลี้ยงตัวเองได้ และมีเงินส่วนเกินให้ (ต้องลงทุนให้ถูกวิธีนะครับ ไม่ใช่ซื้ออะไรมาก็จะปล่อยเช่าได้นะ)
เริ่มสร้างธุรกิจที่ปรึกษา จากการทำที่ปรึกษาด้วยตัวเองก่อน แล้วก็เริ่มพัฒนาจนมีทีมงานมาช่วยทำให้ผมดูแลแค่การตลาด เงินเดือนที่ตั้งให้กรรมการและเงินปันผลสิ้นปี ก็ช่วยโปะและกลบหนี้ได้มาก
เริ่มมีงานเขียนหนังสือ ที่เก็บค่าลิขสิทธิ์ได้ เริ่มมีเงินปันผลจากหุ้นและกองทุน ซึ่งอาจยังไม่เยอะมาก แต่ก็ทยอยสะสมไปเรื่อยๆ ตอนนั้นตั้งโจทย์โง่ๆ ว่า ถ้าเงินปันผลสัก 6-7% รีบสะสมเงินลงทุนให้ถึงหลักล้าน ก็มี 6-7 หมื่นเป็นรายได้จากทรัพย์สินต่อปี ก็ไม่เลวนะ
เรียกว่า “หารายได้” แก้ปัญหานี้ คู่ขนานไปกับ “สร้างทรัพย์สิน” เพื่อเอารายได้จากทรัพย์สิน (passive income) มาช่วยใช้หนี้
แน่นอนว่าช่วงต้น รายได้ตรงนี้ไม่ได้มากเท่าไหร่ แต่พอทำนานเข้า มีหลายแหล่งของรายได้ ก็เริ่มเป็นน้ำเป็นเนื้อมากขึ้น ในขณะที่หนี้เราก็จ่ายตามงวด จังหวะมีเงินก้อนก็โปะ ประกอบกับเริ่มฉลาดเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ ได้ตัดดอกเบี้ยปรับ ดอกเบี้ยตั้งพักบางส่วน ทำให้ภาระเล็กลงเร็ว และหนี้หมดในที่สุด
หลังหนี้หมด สิ่งที่พบก็คือ “ทรัพย์สิน” ของเรายังอยู่ บ้านเช่ายังอยู่ หุ้นยังอยู่ บริษัทที่ปรึกษาของเรายังมีคนทำงานให้ หนังสือเรายังขายได้ และมีส่วนแบ่งตลอด รายได้จากทรัพย์สินทั้งหมดที่เคยช่วยเรา “ผ่อนหนี้” ทั้งหมดยังอยู่ และยังสร้างรายได้เลี้ยงตัวเราได้
มองย้อนกลับไปมันเหมือนการต่อสู้ที่คุ้มค่า ดีใจที่แลกหมัดกับหนี้แบบเต็มที่เต็มเหนี่ยว กลายเป็นทั้งหมดที่ทำไป ไม่ได้แค่เปลี่ยนจากติดลบกลายเป็นศูนย์ แต่มันกลายเป็น “บวก” และมีอิสรภาพการเงินเล็กๆ เบาสบายทางการเงินได้เยอะเลย
ในยุคปัจจุบันช่องทางการสร้างทรัพย์สินมีโอกาสมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ช่องทางหนึ่งที่ผมเห็นชัดที่สุด คือ วิดีโอคอนเทนต์ เราสร้างคอนเทนต์ในรูปแบบวิดีโอ (สร้างทรัพย์สิน) สะสมไว้ ก็จะทำให้เรามีรายได้จากค่าโฆษณา (รายได้จากทรัพย์สิน) จากโซเชียลมีเดีย ยิ่งทำมาก ได้รับความนิยมมาก ก็มีโอกาสได้ผลตอบแทนมาก
แล้วก็ทำได้ตามถนัด เพราะคอนเทนต์แต่ละแบบก็มีกลุ่มคนชอบต่างกัน ถนัดภาษาอังกฤษก็ทำคอนเทนต์สอนภาษาอังกฤษ ชอบทำอาหารก็ทำคอนเทนต์สอนหรือรีวิวอาหาร ชอบ gadget ต่างๆ ก็รีวิว ชอบเที่ยว ชอบกิจกรรมผาดโผน หรืออะไรก็ตาม ทำได้หมด ถือเป็นช่องทางการสร้างรายได้จากทรัพย์สินที่ดีมาก และอาจไม่ต้องลงทุนมาก
สิ่งสำคัญในการแก้ปัญหาหนี้ด้วยการสร้างทรัพย์สิน ก็คือ การไม่จมอยู่กับปัญหา ถอยออกมามองภาพกว้างให้ได้ ขยับวิสัยทัศน์การเงินเงินให้กว้างกว่า 30 วัน ขณะที่เหนื่อยกับการแก้หนี้ (ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้) ก็เหนื่อยเพิ่มอีกนิด คิดและหาทางสร้างทรัพย์สินไปด้วย
และที่สำคัญต้องอดทนรอคอยให้เป็น เพราะ Passive Income ไม่ได้เสกได้ในระยะเวลาอันสั้น ต้องใช้เวลาสร้างและสะสมต่อเนื่อง เหนื่อยหน่อยแต่รับรองว่าคุ้ม
วันที่มีหนี้ รายได้จากทรัพย์สิน จะช่วยคุณผ่อนหนี้
ในวันที่หนี้หมด รายได้จากทรัพย์สิน จะช่วยจ่ายค่าใช้จ่ายในชีวิต
และทำให้คุณพบอิสรภาพทางการเงิน
นี่คือเหตุผล (จากประสบการณ์ของผม) ที่ทำให้เชื่อมั่นเหลือเกินว่า
“วิธีแก้หนี้ที่ดีที่สุด คือ การสร้างทรัพย์สิน

