คำว่า “ความฉลาดทางการเงิน” หรือ Money Literacy เป็นคำที่มีการพูดถึงกันเยอะมากในหนังสือการเงินส่วนบุคคลสมัยใหม่ ได้ยินกันบ่อยจนชินหู หลายคนเลยเริ่มสงสัยว่า ไอ้เจ้า “ความฉลาดทางการเงิน” เนี่ย มันคืออะไรกันแน่
ถ้าจะอธิบายแบบครบถ้วนรอบด้าน “ความฉลาดทางการเงิน” ก็คือ ความสามารถในการหารายได้ บริหารค่าใช้จ่าย เก็บออม และลงทุน ฟังดูกว้างมาก ใหญ่มาก จนบางคนอาจรู้สึกว่ามันเยอะเกินไปสำหรับชีวิตตัวเอง
แต่ถ้าจะสรุปให้สั้น ให้เข้าใจง่าย… “ความฉลาดทางการเงิน” ก็คือ ความสามารถในการแก้ไขปัญหาทางการเงินของตัวเอง เท่านี้พอ ไม่ต้องซับซ้อน
ลองมาดูตัวอย่างจริงกันดีกว่า!
คนที่เคยมีรายได้น้อย แล้วตัดสินใจเพิ่มพูนศักยภาพตัวเอง ไปเรียนทักษะใหม่ๆ เปลี่ยนงาน เปลี่ยนอาชีพ หรือเริ่มธุรกิจเสริม จนมีรายได้เพิ่มขึ้นได้จริง… แบบนี้ก็เรียกว่า มีความฉลาดทางการเงินในการสร้างรายได้เพิ่ม
คนที่เคยมีหนี้เหนื่อยหนัก จ่ายดอกเบี้ยทุกเดือนจนใจสลาย แต่ก็อดทนกัดฟัน ควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด หารายได้เสริม ตัดบัตรเครดิต จนค่อยๆ ปลดหนี้ได้ทีละก้อน… แบบนี้ก็เรียกว่า มีความฉลาดทางการเงินในการแก้ปัญหาหนี้
คนที่ไม่เคยเก็บออมเงินได้สักที เงินเดือนเข้ามาวันไหน หายไปไม่เหลือในสัปดาห์เดียว แต่วันหนึ่งเริ่มลองใช้วิธีเก็บออมแบบอัตโนมัติ ตั้งให้ธนาคารโอนเงินทุกวันที่ 1 ของเดือน เริ่มจัดการเงินให้อยู่หมัด ไม่รั่วไหลอีกต่อไป… แบบนี้ก็เรียกว่า มีความฉลาดทางการเงินในการเก็บออม หรือ
คนที่เคยลงทุนกี่ทีก็เจ๊ง เพราะเอาแต่ถามกับฟัง ได้ยินใครบอกอะไรก็เชื่อแบบไม่ต้องคิด แล้ววันหนึ่งตัดสินใจหยุดเล่นพนันกับเงิน เริ่มต้นศึกษาพื้นฐานการลงทุนอย่างจริงจัง อ่านงบการเงิน ศึกษาหุ้นแต่ละบริษัท หรือลงทุนกองทุนได้ด้วยตัวเอง เริ่มลงทุนเป็น ลงทุนแล้วนอนหลับฝันดีได้… แบบนี้ก็เรียกว่า มีความฉลาดทางการเงินในการลงทุน
ความฉลาดทางการเงินของคนเราจะพัฒนาไปได้ดี และเร็ว เมื่อเราพยายามที่จะเรียนรู้แก้ไขปัญหาที่พบด้วยตัวเอง
รู้สึกทนไม่ได้ ชีวิตไม่เป็นเหมือนที่อยากเป็น แล้วตัดสินใจลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง ไม่นิ่งดูดาย และไม่รอคอยแต่ความช่วยเหลือจากคนอื่น
แต่ปัญหาที่พบบ่อยคือ ?
เวลาเจอปัญหาการเงิน น้อยคนนักที่จะลองคิดคำตอบ หรือหาแนวทางของตัวเองมาก่อน ส่วนใหญ่มาถึงก็เล่าเรื่อง แล้วถามเหมือนเชิงคิดให้หน่อย วางแผนให้หน่อย บอกหน่อยว่าทำยังไง คำถามมักจะเป็นแบบ “โค้ชครับ ผมมีปัญหานี้ ผมควรทำยังไงดี?” แล้วก็จบ ไม่มีการวิเคราะห์ ไม่มีการคิดทางเลือก
ตรงกันข้ามกับบางคนที่เล่าเรื่องตัวเอง แล้วก็บอกวิธีคิดหรือแนวทางแก้ปัญหาที่พอคิดออกของตัวเองมาด้วย
เช่น “โค้ชครับ ผมมีหนี้บัตรเครดิต 3 ใบรวม 150,000 บาท ผมคิดว่าจะตัดบัตร 2 ใบ เหลือใบเดียวไว้ฉุกเฉิน แล้วเอาเงินโบนัสที่จะได้เดือนหน้ามาปิดหนี้ใบที่ดอกเบี้ยสูงสุดก่อน โค้ชว่าวิธีนี้โอเคหรือเปล่าครับ?”
เห็นความต่างมั้ยครับ?
ในมุมของผม คนในแบบหลังนี่แหละที่จะพัฒนาความฉลาดทางการเงินให้กับตัวเองได้เร็วกว่า เพราะถ้าคิดมาผิด ก็จะได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องกลับไป ได้เรียนรู้ว่าทำไมถึงผิด และจดจำบทเรียนได้ดีกว่า ได้ใช้สมองเรียนรู้แนวทาง ประเมินทางเลือกให้กับตัวเองมาแล้ว สมองทำงาน เชื่อมโยงความรู้ที่มีอยู่
ผิดกับกลุ่มแรกที่เดี๋ยวมีปัญหาก็กลับมาถามอีก… ถามอีก… ถามอีก… เหมือนไม่เคยเรียนรู้อะไรเลย เพราะไม่เคยคิดเอง แค่รอคำตอบสำเร็จ
ทุกครั้งที่ถูกถาม ผมจึงมักถามพวกเขากลับไปเสมอว่า “แล้วเรามีแผนจะทำ หรือแก้ปัญหาอย่างไรบ้าง?”
หลายครั้งปลายทางตอบกลับมา คิดได้จริงๆ และดีใจที่ได้คิดเอง หลายครั้งเงียบไปเลย ไม่ติดต่อใดๆ กลับมา (อาจจะไปถามที่อื่นที่ตอบง่ายกว่า) และหลายครั้งก็ถูกต่อว่ากลับมาเล็กน้อย พอประมาณ… “ถ้ากูรู้แล้วจะมาถามมึงมั้ย สึส!” (555)
ทั้งหมดก็สุดแท้แต่…
เพราะผมเชื่อเสมอว่า ถ้าเป็นครูใจร้าย ที่ไม่หวังให้คนเรียนเติบโต ผมก็จะบอกทุกอย่าง เหมือนเขียนใบจ่ายยา ทำตามนี้ 1, 2, 3 เดี๋ยวหายครับ
แต่ด้วยวิธีที่ทำอยู่ในปัจจุบันนั้น ผมอยากช่วยให้คุณแก้ปัญหาเองได้ และเปลี่ยนคุณเป็นคนที่กล้าคิด กล้าลองแก้ปัญหาด้วยตัวเอง เป็นคนที่จะหาทางเรียนรู้และช่วยเหลือตัวเองได้ในระยะยาว ไม่ต้องพึ่งพาใครตลอดไป
และที่สำคัญ… หัด “คิดเอง” ก่อน เพื่อประมวลความรู้ที่อ่าน ที่ดูและค้นคว้ามา ให้เกิดการเรียนรู้ที่แท้จริง (และที่ดีสุด คือ ลดภาระผมในอนาคตด้วย 555+)
-----
สรุปแล้วความฉลาดทางการเงินสร้างได้อย่างไร?
คำตอบคือ: สร้างได้ด้วยการลงมือแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ไม่ใช่แค่อ่านหนังสือ ไม่ใช่แค่ฟังพอดแคสต์ ไม่ใช่แค่ดูคลิปสั้นๆ บน TikTok แล้วคิดว่าเก่งแล้ว
แต่คือการเอาความรู้ที่ได้มา ลองคิด ลองวางแผน ลองทำ และเรียนรู้จากผลที่เกิดขึ้น ผิดพลาดก็ไม่เป็นไร เพราะนั่นคือบทเรียนที่มีค่าที่สุด
ผมเชื่อเสมอว่า การสร้างความฉลาดทางการเงินเป็นเรื่องสนุก! และในท้ายที่สุด คนที่ไม่หยุดคิดหาคำตอบ ไม่หยุดเรียนรู้ จะกลายเป็นคนที่เก่งเรื่องเงิน และสร้างความมั่งคั่งได้ในที่สุด
เป็นกำลังใจให้ทุกชีวิตที่มุ่งมั่นสู่อิสรภาพทางการเงินครับ

