Categories
Uncategorized

อยากมั่งคั่ง ให้คิดสร้าง “คุณค่า” ก่อน

อยากมั่งคั่ง ให้คิดสร้างคุณค่าก่อน

ครั้งหนึ่งมีโทรศัพท์ลึกลับจากชายไม่ทราบชื่อ หลังไมค์มาขอปรึกษาเรื่องอยากออกมาทำธุรกิจส่วนตัว (ไม่ทราบว่าได้เบอร์ของผมมาจากที่ไหนเหมือนกัน)

ร่วม 10 นาทีแรกที่คุยกัน พี่เขาวนอยู่เรื่องเดียว คือ ความน้อยเนื้อต่ำใจและรายได้จากงานที่ทำอยู่ในปัจจุบัน โดยแทบไม่ได้เข้าเรื่องกิจการที่ฝันอยากจะทำเลย

ผมคิดดูแล้ว ยังไงก็สู้เราทำเองไม่ได้ ได้รับผลตอบแทนเต็มๆ กำไรเนื้อๆไม่ว่าจะขึ้นต้นด้วยเรื่องอะไร สุดท้ายแทบจะจบด้วยประโยคนี้ทุกครั้ง

คุยไปสักพักเขาเริ่มคุยถึงชีวิตผม … “แล้วอาจารย์มาเป็นนักแปลนักเขียนได้อย่างไรครับ ผมเองก็เก่งภาษาอังกฤษนะ น่าจะพอทำงานแปลได้

ผมไม่ได้เป็นนักแปลหรอกครับ นักแปลต้องแปลได้ทุกเรื่อง แต่ที่ผมแปล เพราะอยากแปล เพราะอยากรู้และเข้าใจเรื่องนั้นมากกว่า อย่างตอนนั้นสนใจเรื่องเงิน อยากรู้ อยากเข้าใจลึกๆในเรื่องการเงิน เลยลองแปลหนังสือการเงินดู

แปลหนังสือได้เงินเท่าไหร่ครับอาจารย์?”

ถ้าหนังสือราคาขายสักเล่มละ 200 บาท คนแปลก็น่าจะสัก 45,000-60,000 บาทต่อเล่มครับ

ทำไมน้อยจังละครับ อาจารย์ใช้เวลานานมั้ยกว่าจะแปลเสร็จ

โหนานครับ ผมไม่เก่งภาษาอังกฤษมาก อาศัยใจสู้ ถ้านับเวลาแปลจริงๆ ไม่เถลไถล ก็ 4-5 เดือนต่อเล่มเลย

งั้นก็ไม่เวิร์คแล้วละครับ เงิน 60,000 ใช้เวลาตั้ง 5 เดือน เอาเวลาไปทำอย่างอื่นได้เงินเยอะกว่าครับ

ผมนิ่งเงียบ ไ่ม่ได้พูดอะไรต่อ

แล้วเขียนหนังสือละครับ ได้เงินเท่าไหร่

ก็ 10% จากยอดปก คูณราคาขายครับ

งั้นก็ไม่เวิร์ค ได้ยินว่านักเขียนเมืองไทย ขายได้ 10,000 เล่มก็เก่งมากแล้ว แถมต้องขายเป็นปีกว่าจะได้ขนาดนั้น ถ้าปกนึง 200 บาท ต่อให้ขายดี ทั้งปีก็ได้แค่ 200,000”

หลังวางสายผมรู้สึกเป็นหว่างพี่ผู้ชายท่านนี้ว่า จะออกมาทำธุรกิจไหวหรือเปล่า เพราะตลอดเวลาที่คุยกัน เขาพูด เขาบ่น เขาคุย แต่เรื่องเงิน ไม่รู้มีใครบอกเขาหรือเปล่าว่า ช่วงแรกของการทำธุรกิจ เขาอาจไม่ได้เงินเลยก็เป็นได้นะ

การทำอะไรโดยใช้เงินเป็นตัวตั้งเพียงอย่างเดียว หลายครั้งมันทำให้เรามองไม่เห็นประตูแห่งโอกาสอีกหลายบานที่ซ่อนอยู่

ผมทำงานแปล สาบานได้เลยว่า ไม่ใช่เพราะอยากได้เงิน แต่เพราะอยากเรียนรู้ในสิ่งที่ผู้เขียนหนังสือเล่าให้ลึกซึ้ง (ตอนนั้นอินกับงานเขียน Rich Dad Poor Dad ของโรเบิร์ต คิโยซากิ มาก) ลงมือทำทั้งที่ยังไม่ได้เก่งภาษาเลยแม้แต่น้อย

นั่งแปลไปแปลมา ก็เริ่มพบความจริงว่า การอ่านทำความเข้าใจเอง กับการอ่านเพื่อแปล เรียบเรียง และสื่อสารให้คนอื่นอ่านเข้าใจด้วยนั้น แตกต่างกันมาก ไหนจะการที่ได้อีเมล์พูดคุยกับผู้เขียนด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ผมเข้าใจในสิ่งที่เขาเขียนได้มากขึ้น และสุดท้ายแล้ว ความรู้ตรงนั้นนั่นแหละ ที่ทำเงินให้ผมอย่างมากมายในภายหลัง (นี่ยังไม่นับที่คนได้รู้จักเรา และนำพาโอกาสต่างๆ เข้ามาในชีวิตเราอีกนะ)

เร่ิมต้นคิดทำอะไร ตั้งโจทย์จากสิ่งที่ไม่ใช่เงินบ้างนะครับ เอาเงินออกจากหัวไปก่อนบ้าง คิดถึงการสร้างคุณค่าก่อน สร้างงานให้ดีก่อน ทำให้คนที่ได้ผลงานเรา สินค้าเรา บริการเรา ได้รับประโยชน์สูงสุดก่อน

แล้วเดี๋ยวเงินทองมันจะไหลมาเองครับ

#TheMoneyCoachTH

Categories
Uncategorized

สอนเรื่องเงินให้ลูก … ตัวอย่างที่ดีมีค่ามากกว่าคำสอน

สอนเรื่องเงินให้ลูกตัวอย่างที่ดีมีค่ามากกว่าคำสอน

.

พ่อแม่ทุกคนสามารถเริ่มต้นสอนเรื่องเงินให้กับลูกได้ ด้วยคำพูดที่เราใช้ และการทำให้ดูเป็นตัวอย่างเพราะเด็กสามารถเรียนรู้และซึมซับได้อย่างรวดเร็วจากการฟังและการดูต้นแบบของพวกเขา และด้วยเหตุที่โรงเรียนไม่สอนเรื่องเงินกันจริงๆจังๆ ดังนั้นสิ่งที่พวกเขาได้เห็นและได้ยินเกี่ยวกับเงินส่วนใหญ่ จึงมาจากพ่อแม่ และคนที่บ้านเป็นหลัก

.

ที่สำคัญก็คือ สิ่งต่างๆที่เขาได้เห็นและได้ยินจากที่บ้านนั้น จะปลูกฝังและหล่อหลอมกลายเป็นทัศนคติทางการเงินของเขา และเมื่อเติบโตขึ้น เขาก็จะกลายเป็นคนที่มีวิธีคิดเรื่องเงินเหมือนกับพ่อแม่โดยไม่รู้ตัว

.

ครอบครัวท่ีมักใช้คำพูดทางลบกับเรื่องเงิน ก็จะปลูกฝังทัศนคติการเงินแบบลบๆ ให้กับลูก อาทิเงินมันหายาก ใช้ให้ประหยัดหน่อย” “เราไม่มีปัญญาซื้อของพวกนั้นหรอก” “เงินกินยังไม่ค่อยจะมี อย่าฝันให้มันไกลนักฯลฯ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นคำพูดเชิงลบ ที่ส่งผลกระทบต่อวิธีคิดของเด็กในเรื่องเงินทั้งสิ้น

.

ยกตัวอย่างของคำพูดที่ว่าเงินมันหายากทั้งที่จริงๆแล้ว ผู้พูดตั้งใจจะสื่อสารเรื่องการใช้จ่ายให้ประหยัด

Categories
Uncategorized

พลังของการตัดสินใจ

พลังของการตัดสินใจ

.

ครั้งหนึ่งมีโอกาสได้แชทคุยกับลูกศิษย์ท่านหนึ่งที่เคยเรียนกับผมเมื่อหลายปีก่อน

.

เธอเล่าให้ฟังว่า หลังจากเรียนคอร์สการเงินกับผมจบ เธอเริ่มศึกษาเรื่องการเงินอย่างจริงจัง ด้วยมุ่งหวังจะรู้ลึกรู้จริงให้มากขึ้น ท้ังอ่านหนังสือ ค้นดู Youtube และเข้าคอร์สสัมมนามากมาย และที่สำคัญเธอลงมือทำทันที และทำต่อเนื่อง จนทำให้วันนี้เธอมี

.

กิจการเล็กๆ ของเธอเอง 2 กิจการ

มีเงินสำรองเผื่อฉุกเฉินไว้ใช้จ่ายได้ 6 เดือน

มีกองทุนเกษียณที่ลงทุนโดยการออมหุ้นเดือนละ 5,000 บาท นอกเหนือจากส่วนหนึ่งที่สะสมในกองทุน กบข.

.

และที่น่ารักมาก คือ มีเงินเก็บประมาณ 500,000 บาทแล้ว จากที่แต่เดิมมีหนี้สินมากมาย ชนิดที่เงินเดือนกลายเป็นเงินทอน วันเงินเดือนออก คือ วันกู้ใหม่ วนเวียนเป็นวงจรไม่รู้จบ

.

คำพูดของเธอที่ผมชอบมาก ตอนเธอเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังก็คือ คำว่าพูดที่ว่าหลังเรียนกับโค้ชจบวันนั้น หนูตัดสินใจที่จะเป็นคนรวยทันที

.

ตัดสินใจ” … ผมชอบคำนี้จังแฮะ

.

คำว่าตัดสินใจเป็นคำที่ดูมีพลังมากคำหนึ่ง มันหมายถึง การคิดใคร่ครวญ ไตร่ตรองเป็นอย่างดีในสิ่งที่จะทำ คิดให้จบ คิดให้เด็ดขาด แล้วก็ลงมือทำอย่างต่อเนื่อง ทำแบบเอาจริงเอาจังจนสำเร็จ เด็ดเดี่ยว ไม่หวั่นไหว

.

หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ ตัดสินใจทั้งคำพูด ความคิด และการกระทำไปพร้อมๆ กัน ไม่ใช่พูดตัดสินใจแค่ปาก แล้วก็ทำเหมือนๆ เดิม ฮึดสู้ได้วันสองวัน พอไม่ได้แบบที่คิดที่ฝัน หรือรู้สึกว่าเส้นชัยยังอยู่อีกไกล ก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม

.

การกระทำที่พอจะแสดงให้เห็นถึงการตัดสินใจอันเด็ดเดี่ยว ก็คือ การตัดทางเลือกอื่นที่ไม่ใช่ออกไปทั้งหมด และมุ่งมั่นอยู่แต่เฉพาะเส้นทางที่ใช่เพียงอย่างเดียว เช่น

.

ถ้าตัดสินใจที่จะเป็นคนรวย คุณจะไม่เลือกทำอะไรที่ทำให้ชีวิตจนลง ไม่ใช้จ่ายเกินตัว ไม่สร้างภาระหนี้ที่ไม่มีปัญญาชำระคืน ไม่ทำการใหญ่โดยปราศการวางแผนความเสี่ยง

.

ถ้าตัดสินใจที่จะเป็นคนมีความสุข คุณจะไม่เลือกทำอะไรที่ทำให้ชีวิตมีความทุกข์ หรือจมอยู่กับความทุกข์นานเกินไป เมื่อไหร่ที่จิตคิดถึงความทุกข์

Categories
Uncategorized

สัญญาณ

สัญญาณ

เมื่อใดที่คุณเจ็บป่วย อ่อนล้า

นั่นอาจเป็นสัญญาณว่า ที่ผ่านมา คุณดูแลสุขภาพไม่ถูกต้อง

เมื่อใดที่คุณรู้สึกว่าชีวิตเรื่อยเปื่อย ไร้แก่นสาร

นั่นอาจเป็นสัญญาณว่า ถึงเวลาที่คุณจะต้องค้นหาเป้าหมายในชีวิตแล้ว

เมื่อใดที่ความสัมพันธ์กับคนรักจืดจาง

นั่นอาจเป็นสัญญาณว่า คุณเอาใจใส่ต่อความรักของคุณไม่ดีพอ หรืออาจให้ในสิ่งที่เธอหรือเขาไม่ต้องการ

เมื่อใดที่ธุรกิจของคุณไร้ซึ่งความก้าวหน้า

นั่นอาจเป็นสัญญาณว่า สินค้าหรือบริการของคุณ ไม่ใช่คำตอบของลูกค้า

เมื่อใดที่คุณขัดสน เงินทองไม่พอใช้

นั่นอาจเป็นสัญญาณว่า วิธีบริหารเงินของคุณ เป็นวิธีการบริหารเงินของคนจน ไม่ใช่วิธีที่คนรวยทำกัน

เมื่อใดที่ชีวิตของคุณอุดมไปด้วยความทุกข์ ไร้ซึ่งความสุข

นั่นอาจเป็นสัญญาณว่า อะไรบางอย่างในชีวิตคุณ ถึงเวลาต้อง เปลี่ยนแปลง

หมั่นสังเกตสัญญาณที่โลกพร่ำบอกคุณ

ยิ้ม และเปิดใจยอมรับ เพื่อพาตัวเองไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่จะทำให้ชีวิตในด้านต่างๆ ของคุณดีขึ้น

ลองเงี่ยหูฟังดีดีสิตอนนี้โลกก็กำลังคุยกับคุณอยู่นะ

ใครกำลังเจอสัญญาณอะไร เล่าสู่กันฟังหน่อยสิว่า คุณมีแผนจะจัดการกับมันอย่างไร

เป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่ยอมรับความจริง และพร้อมเปลี่ยนแปลงสู่ชีวิตที่ดีกว่าครับ

#TheMoneyCoachTH

Categories
Uncategorized

หาเงินได้เยอะ ทำไมไม่รวยสักที!

หาเงินได้เยอะ ทำไมไม่รวยสักที!

.

ผมเองเป็นคนหนึ่งที่มักแวะเวียนไปที่เว็บไซต์กลุ่มสังคมออนไลน์อยู่บ่อยๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าคนส่วนใหญ่ในปัจจุบันกำลังให้ความสนใจกับเรื่องอะไร และมีข้อมูลหรือข้อคิดเห็นอะไรใหม่ที่น่าสนใจบ้าง

.

วันก่อนผมเข้าไปในเว็บไซต์กลุ่มนี้อีกครั้ง พลันสะดุดตากับกระทู้หนึ่ง ซึ่งโพสขึ้นหัวข้อไว้ว่า

.

อึ้งเมื่อพบความจริง!! รายได้ปีละเกิน 1 ล้านบาท ทำงานมาร่วม 5 ปี แต่มีไม่มีเงินเก็บเลย

.

แค่เปิดหัวขึ้นมาก็น่าสนใจแล้วใช่มั๊ยครับ ต้องยอมรับว่าคนเขียนโพสแนวนี้เค้าเก่งนะครับ ดึงคนไปอ่านได้เยอะทีเดียว แล้วก็ไม่ได้อ่านแต่โพสด้วย ยังสนุกสนานกับคอมเมนต์อีกนับร้อย

.

เรื่องมีอยู่ว่า คุณพี่เจ้าของกระทู้ทำงานอยู่ที่ต่างประเทศ รายได้เดือนละ 2 แสนกว่าบาท ส่งกลับบ้านเดือนนึงร่วมแสน ถ้าใช้ไม่พอก็ส่งไปให้เรื่อยๆ เรียกว่าน่ารักมาก ลักษณะไม่ต่างอะไรกับเอทีเอ็มเลยทีเดียว

.

เจ้าของเรื่องสารภาพโดยดีว่า ไม่เคยคิดเรื่องบริหารเงินเลย ส่งเงินมาให้ภรรยาเป็นคนจัดการทั้งหมด แถมทำบัตรเครดิตให้ภรรยาไว้คอยใช้จ่ายด้วย

.

การบริหารเงินของบ้านนี้จึงเป็นไปในลักษณะที่ว่า คนหาก็หาไป คนใช้ก็ใช้ไป ขาดเหลือเท่าไรก็ขอเพิ่ม

.

นานวันเข้าหนี้บัตรเครดิตก็เริ่มพอกพูนจนเต็มวงเงิน ภรรยาเริ่มผ่อนชำระข้ันต่ำ เมื่อสามีถามว่าเงินหายไปไหนหมด ก็ไม่รู้ สืบทราบไม่ได้ สุดท้ายคุณพี่ท่านนี้จึงต้องควักเงินเก็บตัวเองไปโปะปิดหนี้บัตรเครดิตอีก 500,000 บาท

.

โดยสรุปทำงานมา 4 ปีกว่า หาเงินได้ร่วม 10 ล้าน ส่งกลับบ้านมากกว่า 4 ล้าน สุดท้ายไม่เหลืออะไรเลย

.

คอมเมนต์ต่างๆในกระทู้ต่างพากันต่อว่าทั้งภรรยาเจ้าของเรื่อง รวมถึงตัวเจ้าของเรื่องเอง ที่ปล่อยปละละเลยการบริหารเงิน บ้างก็หนักถึงขั้นแนะให้เลิกกับภรรยาไปเลย

.

โดยส่วนตัวแล้ว ผมคงไม่มีสิทธิ์ไปกล่าวโทษใคร แต่ต้องบอกว่าปัญหาในลักษณะน้ีเป็นหนึ่งในปัญหาที่ผมพบบ่อยมากที่สุด  นั่นก็คือ ปัญหาในเรื่องของวิธีคิด หรือ mindset ทางการเงิน

.

คนทั่วไปมักคิดว่า  ใช้จ่ายเท่าไหร่ไม่เป็นไร ขอให้หาเงินได้มากๆเอาไว้ก่อนหรือไม่ก็คิดว่าถ้าหาเงินได้มาก แล้วจะรวยขึ้น

.

ในความจริงแล้วไม่ใช่เลย คนเรายิ่งหาเงินได้มาก ยิ่งจะพยายามเขยิบรายจ่ายเข้าไปเทียบเท่ารายได้อยู่เสมอ เคยหาเงินได้เดือนละหมื่น ก็แทบจะกินหมดไม่มีเหลือ พอหางานใหม่ได้เดือนละ 15,000 แล้วคิดว่าชีวิตจะดีขึ้น คล่องขึ้น ก็ไม่ใช่ กินหมดไม่มีเหลือเหมือนเดิม มิหนำซ้ำยังกินเกินและสร้างหนี้สินให้กับตัวเองอีกต่างหาก

.

กฎแห่งความมั่งคั่งข้อที่ 1 กล่าวไว้ว่าความมั่งคั่งเริ่มต้นที่การใช้จ่าย ไม่ใช่เงินที่หาได้

.

มันไม่สำคัญเลยว่า คุณจะหาเงินได้มากเท่าไหร่ มันสำคัญที่ว่า คุณใช้จ่ายเป็นหรือไม่ต่างหาก เพราะถ้าคุณใช้จ่ายไม่เป็น หาได้เท่าไหร่ก็หมด ไม่เหลือสะสมเป็นความมั่งคั่งให้ตัวเองอยู่ดี

.

สำหรับใครก็ตามที่หาเงินได้เยอะ แต่ยังไม่รวยกับเขาสักที ผมแนะนำวิธีการบริหารค่าใช้จ่ายเพื่อความมั่งคั่งดังนี้ครับ

.

1. จ่ายให้ตัวเองก่อนเสมอ

.

คำว่าจ่ายให้ตัวเองก่อนก็คือ การหักเงินออมก่อนใช้จ่ายนั่นเอง ได้เงินมาเท่าไหร่ หักให้ตัวเองทันที ทำให้เป็นอัตโนมัติ ทำโดยไม่ต้องคิด โดยอัตราส่วนเงินออมที่จ่ายให้ตัวเองนั้นอย่างน้อยควรสัก 10 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ ถ้ามากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ได้ ยิ่งรวยเร็วครับ

.

2. อย่างสร้างหนี้เกินตัว

.

คำว่าหนี้เกินตัวหมายถึง การมีค่าใช้จ่ายจากหนี้เกิน 40-50  เปอร์เซ็นต์ของรายได้

.

คิดง่ายๆ ถ้าคุณมีรายได้ 20,000 บาท มีบ้านต้องส่งเดือนละ 8,000 บาท มีหนี้บัตรเครดิตจากการผ่อนซื้อของเดือนละ 2,000 บาท แบบนี้คุณจะมีค่าใช้จ่ายจากหนี้คิดเป็น 50 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ (เอา 8,000 + 2,000 หารด้วย 20,000)

.

แบบนี้ถือว่ามีหนี้ปริ่มเต็มพิกัดแล้ว และถ้าบริหารไม่ดี อาจมีความเสี่ยงที่จะมีปัญหาเงินไม่พอใช้ในอนาคต ดังนั้นต้องหยุดสร้างหนี้เพิ่มและทยอยใช้หนี้คืนให้หมดโดยไว

.

วันนี้เอาแค่ 2 ไอเดียง่ายๆ ก่อน ยังไงทำให้ได้กันทุกคนนะครับ ชีวิตการเงินจะได้ค่อยๆ ดีขึ้น อยากรวย อยากมั่งคั่ง ยังไม่ต้องรีบหาเพิ่ม เริ่มง่ายๆ ที่เงินในมือก่อนเลยครับ

.

#TheMoneyCoachTH

Categories
Uncategorized

ยิ่งเที่ยว ยิ่งรวย!

ยิ่งเที่ยว ยิ่งรวย!

.

ครั้งหนึ่งผมจัดทริปไปเที่ยวต่างประเทศ จำได้ว่าปีนั้นไปฮอกไกโด มีน้องๆ หลายคนที่รู้จักอยากติดตามไปเที่ยวด้วย แต่หลายคนก็แอบเสียดายเงินเก็บ เพราะเที่ยวต่างประเทศเป็นสัปดาห์ก็ใช้เงินเยอะอยู่เหมือนกัน

.

ผมเลยแนะนำไปว่าอย่าไปเที่ยวโดยใช้เงินเก็บเดิมที่มี แต่ให้ทำอาชีพหรือธุรกิจเพิ่มขึ้นมาอีกสัก 1 อย่าง แล้วสะสมกำไรไปเที่ยวกัน

.

บอกไปแบบนี้ น้องหลายคนตอบกลับมาว่าก็เหมือนกันมั้ย เพราะยังไงก็เอาเงินเก็บเงินออมจากกิจการไปเที่ยวอยู่ดี

.

เลยอธิบายไปว่าไม่เหมือนกันสิ เพราะถ้าใช้เงินเก็บจากอาชีพใหม่หรือธุรกิจใหม่ ไปเที่ยวกลับมาแล้ว งานหรือธุรกิจใหม่ของเราก็ยังอยู่ และยังเป็นก๊อกเงินก๊อกใหม่ให้เราต่อไปได้อีก แถมยิ่งทำนานเข้า ทักษะและประสบการณ์ก็ยิ่งเพิ่มขึ้น โอกาสในการทำเงินให้พอกพูนก็สูงยิ่งขึ้นไปอีก

.

บางคนฟังผมแนะนำแล้วก็เฉยๆ แต่ก็มีบางคนไม่คิดมาก ทำแม่มซะเลย เพราะแค่ลองดูไม่เห็นเสียหาย

.

พอถึงวันที่เดินทาง ทริปนั้นเราไปกันราว 80 คน มีน้องบางคนมาเล่าให้ฟังว่า มาเที่ยวทริปนี้ได้เพราะเงินเก็บจากธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นได้ไม่นาน

.

ธุรกิจของเธอเริ่มง่ายๆ ด้วยการนำสูตรน้ำพริกของคุณยาย มาตำใส่กระปุก แล้วลองโพสขายออนไลน์ดู

.

รายได้เสริมนี่เป็นสิ่งลึกลับที่มีพลังพิเศษมากนะครับ ใครเคยได้เคยมีก็จะรู้ มันทำให้เรารู้สึกดีชะมัด แค่คนไม่เคยขายของ แล้วขายได้ชิ้นแรก ก็มีความสุขชนิดอธิบายไม่ถูกแล้ว 55

.

กลับจากทริปธุรกิจใหม่ก็ยังอยู่ สามารถเดินต่อไปได้ และยังสร้างรายได้ให้เราต่อได้ ลดความเสียดายเรื่องเงินเก็บสำหรับท่องเที่ยวไปได้เยอะเลย

.

ที่สำคัญ หลังเติมพลังชีวิตให้กับตัวเองด้วยการท่องเที่ยว ประสบการณ์ดีๆ ที่ได้จากการท่องเที่ยว ทำให้หลายคนไม่รู้สึกเสียดายเงินกับการท่องเที่ยว แถมยังพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าจะขยันทำงานให้มากขึ้น ปีหน้าจะได้มาเที่ยวอีก และจะเที่ยวแบบนี้ทุกปี

.

สำหรับใครที่ทำงานหนักไม่เคยได้พัก หรือมองการท่องเที่ยวเป็นเรื่องเสียเงิน เสียเวลา ลองจัดโปรแกรมสั้นๆ ให้ตัวเองได้เปิดโลกกว้างบ้าง ผมว่าก็ดีนะครับ จะในไทยหรือต่างประเทศได้หมด ขอแค่วางแผนให้ดี จัดเวลาให้ดี ให้ตัวเองได้มีเวลาดื่มด่ำกับทัศนียภาพ สถานที่ และบรรยากาศที่เลือกอย่างเต็มที่

.

และที่สำคัญ อย่าลืมพาคนที่คุณรักไปเที่ยวด้วยนะครับเพราะที่ๆ คุณไป ไม่สำคัญเท่าคนที่คุณไปด้วยครับ

.

#TheMoneyCoachTH

Categories
Uncategorized

“เงิน” ทำร้าย “ความคิด”

“เงิน” ทำร้าย “ความคิด”
อย่าปล่อยให้ภาวะขาดแคลนเงินอยู่กับเรานานเกินไป เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น เงินจะไม่เพียงแต่ทำร้ายสภาพคล่องของเรา ให้ไม่พอกิน ไม่พอใช้ และไม่มีเหลือเก็บเท่านั้น
แต่มันจะเริ่มกัดกินความภาคภูมิใจในชีวิต …
ทุกครั้งที่คุณมองตัวเอง คุณจะเริ่มตั้งคำถามกับสถานะความเป็นอยู่ รวมไปถึงอนาคตที่รออยู่ข้างหน้า
ยิ่งเวลาผ่านไปนานวันเข้า คุณจะยิ่งรู้สึกไม่ภูมิใจในตัวเอง ไม่เคารพตัวเอง หมดหวังในตัวเอง
และนั่นนำพาชีวิตไปสู่ฟางเส้นสุดท้าย …
นั่นคือ …​ การเสีย “ความมั่นใจ” ในตัวเอง
ซึ่งถือเป็นสภาวะที่เลวร้ายที่สุด เพราะคนเราหากสูญเสียซึ่งความเชื่อมั่นในตน ก็ยากที่จะพาชีวิตมุ่งไปข้างหน้าได้
ดังนั้น เมื่อเงินเริ่มเป็นปัญหาในชีวิต จงอย่านิ่งนอนใจ อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไม่ทำอะไร แล้วคาดหวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้น คลี่คลายด้วยตัวเอง หรือมีใครมาช่วย
อย่ามุ่งทำสิ่งเก่าๆ โดยคาดหวังว่าจะเกิดการเปลี่ยนเปลง
คิดใหม่ ทำใหม่ มุ่งมั่นจัดการกับปัญหาทางการเงิน ก่อนที่เงินจะจัดการชีวิตเรา
ความรับผิดชอบทางการเงิน
ความรู้ทางการเงิน
และวินัยทางการเงิน
ทั้งหมดนี้คือ 3 ฐานสำคัญ ของการเปลี่ยนแปลงอนาคตทางการเงินให้ดีขึ้น
เปลี่ยนมุมมองเรื่องความรับผิดชอบ อย่าเชื่อว่าใครจะมาช่วยเรา นอกจากตัวเราเอง
เพิ่มพูนความรู้ เพราะปัญหาทางการเงิน ไม่เคยแก้ได้ด้วยเงิน แต่ด้วยความรู้ทางการเงินที่เพิ่มขึ้นต่างหาก
และสุดท้าย การแก้ปัญหาทางการเงินนั้น ใช้เวลาพอสมควร ดังนั้น จงมีวินัยกับแนวทางแก้ปัญหาที่เลือก และอดทน รอคอยความสำเร็จให้ได้
เป็นกำลังใจให้กับทุกชีวิตที่กำลังพานพบกับปัญหาทางการเงินครับ
#TheMoneyCoachTH

Categories
Uncategorized

เท่าที่มี … ก็มากพอ

เท่าที่มีก็มากพอ

หลายครั้งผมได้พูดคุยกับคนเก่งๆ และยอดฝีมือจำนวนมาก ถึงความฝันของพวกเขา

ความฝันหนึ่งที่ผมมักได้ยินอยู่เสมอ คือ อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง

และทุกครั้งที่ได้ยินความฝันแบบนี้ ผมก็มักเชียร์อัพให้พวกเขาลงมือทำ ในทำนอง เริ่มเลย! ทำเลย!

ที่น่าเสียดาย คือ เราสนับสนุน เราเชียร์เขา ด้วยเห็นศักยภาพในตัวพวกเขา แต่พวกเขากลับพูดเองว่า

ไม่พร้อม

ยังรู้น้อยไปบ้าง

คอนเนคชั่นยังไม่มากพอบ้าง

ประสบการณ์ยังไม่ได้บ้าง

เวลาไม่ค่อยมีบ้าง

ทุนมีจำกัดบ้าง

ฯลฯ

บางครั้งอารมณ์ดีๆ เลยถามกลับไปว่า ที่ว่ามีน้อย มีไม่พอนั้น เคยถามตัวเองมั้ย ว่าแค่ไหนถึงจะพอ?

แน่นอนว่า ไม่มีใครตอบคำถามนี้ได้หรอก ว่าแค่ไหนถึงจะพอ? เพราะมันไม่มีสูตรตายตัวเลยจริงๆ

ที่แย่ก็คือ เมื่อไม่รู้ว่าแค่ไหนพอ ก็เลยหาคอร์สเรียนไปเรื่อย เก็บตังค์ไปเรื่อย นั่งคอยไปเรื่อยๆ เหมือนเป็นการรอคอยที่ไร้จุดหมาย

ถ้ารู้ไม่พอเราทำไปเรียนไปได้

ถ้าคอนเนคชั่นไม่พอการลงมือทำจริงจัง จะพาเราไปเจอผู้คนที่ใช่ได้

ถ้าประสบการณ์ไม่พอไม่ลงมือทำสักที ก็ไม่เพิ่มขึ้นมาหรอก ประสบการณ์หนะ

ถ้าเวลาไม่ค่อยมีทำเต็มที่เท่าที่เวลามี ธุรกิจก็โตขึ้นมาได้นะ

ถ้าเงินไม่ค่อยมีก็เริ่มในสเกลที่จ่ายได้ จ่ายไหวก่อน ก็ไม่เสียหายนะ

ฯลฯ

ในความคิดของผมศักยภาพที่ไม่ได้ใช้งาน ไร้ซึ่งความหมาย

อย่าไปคอย ไปรอ หาความสมบูรณ์หรือความพร้อม เพราะการเติมฝัน การมีธุรกิจของตัวเองนั้น ต้องค่อยๆสร้าง ค่อยๆเติบโต

สร้างบ้านด้วยการก่ออิฐวันละก้อน วันหนึ่งมันก็สำเร็จ เสร็จเป็นบ้านให้เราพักพิงได้เข้าสักวัน

ไม่ต้องรอความพร้อมที่ไม่มีอยู่จริง เพราะในความเป็นจริง เท่าที่คุณมีทุกวันนี้ ก็อาจเพียงพอสำหรับการเริ่มต้นแล้ว

#TheMoneyCoachTH

Categories
Uncategorized

แต่ก่อน … เป็นใคร

แต่ก่อนเป็นใคร

เมื่อยี่สิบปีก่อนยังเป็นนายช่างจบใหม่วิ่งอยู่ในไลน์ผลิตอยู่เลย มันไปเป็นโค้ชอะไรนั่นได้ไงวะรุ่นพี่เอ่ยถึงอดีตรุ่นน้องในที่ทำงาน

ใช่ๆ ยังจำตอนมันลาออกได้เลย เห็นฝ่ายบุคคลว่าออกเพราะเงินไม่พอใช้หนี้รุ่นพี่อีกคนหนึ่งกล่าวด้วยรู้สึกประหลาดใจกับความเปลี่ยนแปลง

ยังจำตอนมันแบกของไปขายหลังเลิกงานได้เลย ตอนนั้นแม่มโคตรน่าสงสารอ่ะอันนี้อดีตเพื่อนร่วมงานขอแจม

ไม่แปลก!! ถ้าในอดีตคุณเคยเป็นใครสักคนหนึ่ง แล้วในวันนี้คุณกลายเป็นอีกคนหนึ่ง

จุดเปลี่ยนผ่าน หรือรอยต่อของการเปลี่ยนแปลงจากอดีตไปสู่อนาคต ก็คือ การตัดสินใจเล็กๆของตัวเราเองในทุกวัน

เปลี่ยนตัวเองจากการที่ไม่เคยคิดถึงเรื่องอนาคต ค่อยๆคิด ค่อยๆวางแผน และตัดสินใจที่จะเป็นคนใหม่ คนที่ประสบความสำเร็จ คนที่มีอนาคต

ค่อยๆเปลี่ยนนิสัยสุรุ่ยสุร่าย ไม่เคยเก็บออมเงิน หันมาเริ่มเก็บ เริ่มจากเก็บเศษเงินเล็กๆ แต่เก็บทุกวันจนเป็นนิสัย จนมีสันดานใหม่ กลายเป็นสันดานเศรษฐี

พัฒนาตัวเองทุกวัน จากที่เคยทำอะไรไม่ได้ ก็ค่อยๆทำได้ ค่อยๆคล่องขึ้น เช่น พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ก็ฝึกมันทุกวัน วันละนิด ฝึกพูด ฝึกฟัง ฝึกอ่าน ฝึกเขียน จนวันหนึ่งก็ใช้ภาษาได้คล่อง

ปรับเปลี่ยนตัวเองจากคนมีทางเลือกทางเดียว ค่อยๆสร้างทางเลือกเล็กๆ ทำงานพิเศษ ทำอาชีพเสริม ค่อยสร้างประสบการณ์ สร้างโอกาส ในขณะที่คนอื่นไม่ทันเห็น ไม่ทันสังเกต

ฯลฯ

การปรับเปลี่ยนเล็กๆแบบนี้ เป็นการปรับเปลี่ยนที่ไม่มีใครสังเกตเห็น และด้วยเหตุของเคล็ดลับความสำเร็จที่เป็นหลักสากลว่า มันไม่มีหรอกความสำเร็จแบบชั่วข้ามคืนหนะ มันมีแต่การสะสม สั่งสม

การตัดสินใจลงมือทำในสิ่งเล็กๆ ที่สอดคล้องกับเป้าหมายทุกวัน จึงเป็นการสะสมความสำเร็จทีละน้อย ในแบบที่คนมองไม่เห็น และกว่าใครจะรู้ มันก็กลายเป็นความสำเร็จใหญ่โต ในระดับที่ทุกคนมองเห็นได้แล้ว

และนั่นคือที่มาของคำพูดที่คนชอบพูดถึงคนสำเร็จว่าแต่ก่อนพวกเขาเป็นใครเพื่อเปรียบเทียบให้คนสำเร็จใกล้เคียงตัวเขาที่สุด ในแบบที่พวกเขารู้สึกสบายใจ และจะได้จมอยู่กับอดีตอันแสนสวยงามต่อไป

แต่ก่อนเป็นใคร นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ

มันสำคัญที่ว่าคุณรู้หรือยัง? ว่าคุณจะเป็นใครในวันข้างหน้า

และที่สำคัญกว่า ก็คือ วันนี้คุณตัดสินใจ และเริ่มลงมือทำ เพื่อเปลี่ยนเป็นคนๆนั้นแล้วหรือยัง

#TheMoneyCoachTH

Categories
Uncategorized

ชีวิตของคนเป็นผลของการ ‘เลือก’

ชีวิตของคนเป็นผลของการเลือก

หนึ่งในภาพยนตร์ที่ผมชอบ และมักเก็บแง่คิดในเรื่องมาคอยสอนใจตัวเองอยู่เสมอ ก็คือ ภาพยนตร์เรื่อง The Butterfly Effects (ขออนุญาตไม่อ้างอิงชื่อไทย เพราะไม่ชอบ 555) ซึ่งออกฉายในปี 2004 แสดงนำโดย Ashton Kutcher

ในเรื่องเป็นเรื่องราวชีวิตของผู้ชายคนหนึ่งที่มีพลังเหนือธรรมชาติ สามารถนึกย้อนสิ่งที่เกิดขึ้นอดีตแล้วกลับไปแก้ไข และเปลี่ยนแปลงเรื่องราวต่างๆได้

ที่มันออกจะโกลาหล และทำให้เรื่องราวดำเนินไปอย่างน่าสนุกก็คือ ทุกครั้งที่เขาย้อนเวลากลับไปเปลี่ยนแปลงเรื่องใดๆ ที่เขาไม่ชอบ ส่ิงที่ตามมาก็คือ ชีวิตในรูปแบบใหม่ พร้อมด้วยปัญหาแบบใหม่ที่เขาไม่พึงพอใจอยู่เสมอ

หรือ เมื่อเปลี่ยนทางเลือก นั่นก็หมายถึง การเปลี่ยนผลลัพธ์ตามไปด้วย และในหลายครั้งมันเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงเกินจะคาดเดา

YOU ARE THE RESULT OF YOUR CHOICE.

เลือกยังไงชีวิตก็จะเป็นอย่างนั้น  แนวคิดเรียบง่ายจากหนังเรื่องนี้สามารถเอามาประยุกต์ใช้กับชีวิต ความสำเร็จ และโลกการเงินได้เป็นอย่างดีเหมือนกัน

และที่สำคัญ ชีวิตคนเรานั้นว่าจะก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างได้ สำเร็จหรือเป็นไปในแบบที่ตั้งใจ มันไม่ได้อาศัยการตัดสินใจแค่ครั้งเดียว แต่มันต้องตัดสินใจหลายๆครั้ง

เด็กคนหนึ่งที่เป็นเด็กดีอยู่กับร่องกับรอยในสมัยประถม (เลือกทางที่ถูกสมัยเยาว์วัย) แต่พอโตขึ้นมา เผลอตัดสินใจเข้าร่วมกลุ่มร่วมแก๊งค์กับเพื่อนที่เล่นการพนัน (เปลี่ยนมาเลือกทางที่ผิดเมื่อตอนโตขึ้น) ก็อาจพาชีวิตลงห้วยลงเหวได้

ที่แย่หน่อยก็คือ โลกใบนี้ไม่ได้มีเพียงสีขาวกับดำ เพราะถ้าเป็นเรื่องผิดถูก หรือศีลธรรมนั้น เรารู้ว่าเราควรเลือก หรือตัดสินใจอย่างไร (แม้บางครั้งจะยังตัดสินใจผิดทั้งๆที่รู้ 555)

แต่กับความสำเร็จนั้น ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ไม่รู้หรอกว่า เมื่อเจอทางเลือก เราต้องตัดสินใจอย่างไร จึงจะประสบความสำเร็จ

ยิ่งต้องตัดสินใจหลายๆครั้ง ชีวิตถึงจะก่อรูปก่อร่างไปในเส้นทางที่จะสำเร็จได้แล้ว ยิ่งไปกันใหญ่

เช่น เลือกทำงานประจำต่อไป หรือออกมาทำธุรกิจส่วนตัวดี หรือถ้าจะออกเมื่อไหร่ดี (จุดแบบนี้ตัดสินใจยากมาก) หรือตั้งใจจะออกแน่ๆ แต่ไม่รู้จะเลือกทำอะไรดี (พวกมีทางเลือกเยอะ ยิ่งปวดหัว 555)

หรือออกมาแล้ว ลุยมาแล้ว ท่าทางไม่ค่อยดี โอกาสไม่รอดมีสูง จะทำยังไงดี กู้เงินมาตู๊สู้ต่อดีมั้ย หรือจะยอมขาดทุนแล้วจบทุกอย่างไป

หรือยังรักชีวิตงานประจำอยู่นั่นแหละ แต่ก็เบื่อกับที่ปัจจุบัน จะย้ายดีมั้ย ย้ายเมื่อไหร่ดี

สุดท้ายไม่มีใครรู้หรอกว่า ตัดสินใจแล้วจะเป็นอย่างไร จะเจออะไรบ้าง

หลักคิดง่ายๆของผม ที่ผมเลือกใช้เสมอเวลาตัดสินใจเลือก ก็คือ ทางเลือกใหม่มันน่าจะดีกว่าทางเดิมหรือเปล่า หรือถ้ามองไม่ออกจริงๆ ก็จะกลับมาดูสิ่งที่เป็นอยู่ว่า “Happy ดีอยู่กับที่เป็น หรือเปล่า?”

ถ้าไม่และคิดว่าไม่มีอะไรแย่กว่าที่เป็นอยู่แล้ว หรือถ้าทางใหม่มีโอกาสทำให้ชีวิตดีขึ้นได้ แม้ไม่ถึงจุดสูงสุดตามที่หวัง แต่ก็ไม่เลวร้ายกว่าที่เป็น ผมว่าก็น่าเสี่ยงนะ (‘น่าเสี่ยงไม่เหมือนกับเสี่ยงตรงการไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนในระดับหนึ่ง)

แล้วถ้าคิดแล้ว ไตร่ตรองดีแล้ว แต่สุดท้ายพอเลือกไปจริงๆ มันดันไม่ใช่อย่างที่คิดไว้หละ จะทำยังไง? …

อีกบทเรียนหนึ่งที่ผมอนุมานเอาเองว่าได้รับจากหนังเรื่องนี้ก็คือ

สิ่งใดที่เกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีและงดงามในตัวมันเองเสมอ

หรือเมื่อตัดสินใจไปแล้ว ก็จงเดินบนทางที่เลือกให้ถึงที่สุด เมื่อเลือกแล้ว ตัดสินใจเดินไปแล้ว ก็จงเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่บนทางที่เลือกให้ได้ ให้ดี และให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

เพราะสุดท้ายถ้าทุกอย่างสวนทางกับทางที่คิดไว้ก่อนเลือก คุณก็แค่เลือกใหม่อีกครั้งก็เท่านั้น

และเชื่อเถอะว่า ยิ่งคุณเลือกและตัดสินใจบ่อยครั้งเท่าไหร่ บทเรียนและประสบการณ์จะค่อยๆสอน และเกลาให้การตัดสินใจของคุณในครั้งต่อๆไปแหลมคมขึ้นเอง

ชีวิต คือ การผจญภัยรูปแบบหนึ่ง และการตัดสินใจเลือก คือ ตัวกำหนดเรื่องราว ว่าการผจญภัยแห่งชีวิตของคุณมันจะน่าสนุกและน่าติดตามแค่ไหน ทั้งหมดคุณกำหนดได้เอง

สิ่งสุดท้ายสิ่งสำคัญที่อยากจะบอกก็คือ … “ถ้าคุณไม่เลือก ไม่ตัดสินใจ โลกจะเลือกและรับหน้าที่ตัดสินใจกำหนดชีวิตให้กับคุณเองซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น รับรองได้เลยว่ามันเป็นชีวิตที่ห่วยและไม่สนุกเลยครับ

#TheMoneyCoachTH

ปล. ส่วนหนึ่งจากหนังสือเส้นทางสู่อิสรภาพการเงินอย่างแท้จริงเขียนโดย The Money Coach จักรพงษ์ เมษพันธุ์