AAR: ตกผลึก เรียนรู้ หลังดูหนังกับลูกรัก

MEandMyBoys

กิจกรรมหนึ่งที่ครอบครัวผมจะหาเวลาทำด้วยกันอยู่บ่อยๆ นอกเหนือจากการไปเที่ยว ก็คือ การดูหนังด้วยกันในโรงภาพยนตร์ครับ

โดยส่วนตัวผมมองว่า แม้จะมีเทคโนโลยีที่ทำให้เราได้ดูหนังดีหนังดัง ผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตได้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การใช้เวลาอยู่ด้วยกันในโรงภาพยนตร์ราว 90-100 นาที ให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากการดูผ่านทีวี โน๊ตบุ๊ค หรือแท็บเล็ตที่บ้านอย่างมาก

หนังส่วนใหญ่ที่ผมเลือกให้ลูกดูนั้น ทั้งหมดจะถูกสกรีนข้อมูลเบื้องต้นจากบทวิจารณ์ และคำติชมของคนรู้จักเสียก่อน ซึ่งแทบทั้งหมดก็จะเป็นหนังแอนิเมชั่น เพราะนอกจากภาพจะสวย ดูเพลินตา พลอตเรื่องน่าสนใจแล้ว ยังมีสาระให้พูดคุยกันต่อได้หลังดูจบอีกด้วย

สองเรื่องล่าสุดท่ีผม ภรรยา และลูกๆ ดูด้วยกัน ก็คือ ZOOTOPIA และ THE JUNGLE BOOK (หรือชื่อไทยว่า “เมาคลีลูกหมาป่า”)

หลังจบการดูหนังแต่ละเรื่อง ผมจะแอบสอดแทรกกิจกรรมที่เรียกว่า AFTER ACTION REVIEW (AAR) หรือการถอดบทเรียนหลังทำกิจกรรม เข้าไปให้กับลูกๆ โดยอาศัยบรรยากาศร้านอาหาร หรือไม่ก็ร้านไอศครีม เป็นสถานที่ดำเนินกิจกรรม

ถ้าใครอยู่ในองค์กรที่มีการจัดการความรู้ (Knowledge Management) ก็คงจะรู้จักเครื่องมือตัวนี้กันเป็นอย่างดี โดยคร่าวๆแล้ว AAR ก็คือ เครื่องมือถอดบทเรียนหรือองค์ความรู้ (Learning Tool) เป็นการรวบรวมบทเรียนที่ได้จากการปฏิบัติ

บางคนเรียกว่า การวิเคราะห์หลังปฏิบัติ เป็นวิธีการที่สะท้อนสิ่งที่ทีมทำมาด้วยกันว่า ว่าเริ่มต้นมีวัตถุประสงค์อะไร พอทำจริงเกิดอะไรขึ้น ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น และทุกคนที่ปฏิบัติกิจกรรมร่วมกันได้เรียนรู้อะไรบ้าง (Lesson Learned)

แต่ AAR ในแบบของผมนั้น ไม่ได้ซีเรียส จริงจัง แบบองค์กรที่เขาทำ KM กันหรอกครับ เอาแบบสบายๆ คุยสนุก แซวกัน พ่อกับแม่เป็นคนตั้งคำถามให้ลูกๆตอบโดยไม่ชี้นำ ให้สิทธิในการเลือก การตัดสินใจ และการตอบเต็มที่ ความตั้งใจหลักๆ คือ ต้องการให้เขากล้าแสดงความคิดเห็นในแบบของตัวเอง ในขณะเดียวกัน ก็แอบสอน แอบคุยเรื่องที่พ่อแม่อยากจะสอนด้วย

อย่างล่าสุดกับหนังเรื่อง THE JUNGLE BOOK หรือ เมาคลีลูกหมาป่า ผมก็นั่งทำ After Action Review แบบง่ายๆ กับลูก ด้วยคำถามสบายๆต่อไปนี้ (เนื้อหาต่อจากนี้มี SPOIL หนังนิดหน่อยนะครับ 555)

1) ถ้าให้เลือกตัวละคร 1 ตัวในเรื่อง ลูกชอบใครและอยากเป็นใครมากที่สุด

จัสตินตอบว่า “เมาคลี” ซึ่งก็ไม่แปลกอะไร เพราะใครๆ ก็อยากเป็นตัวเอกของเรื่องกันทั้งนั้น แต่ที่ฮามาก ก็คือ ออกัส เจ้าลูกชายคนโต ที่ตอบว่าอยากเป็น “บาลู” เจ้าหมีตัวโตใจดี

เมื่อถามถึงเหตุผล ออกัสตอบทันทีว่า เขาน่าจะเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในเรื่องนะ เพราะเห็นวันๆกินแต่น้ำผึ้งและเล่นน้ำ ไม่มีศัตรู ไม่ต้องต่อสู้กับใคร (เด็กๆมองชีวิตเรียบง่ายดีนะครับ)

หลังลูกๆแสดงความคิดเห็นจบแล้ว อย่าลืมตบท้ายด้วยตัวละครที่พ่อแม่ชอบและอยากเป็นด้วยนะครับ โดยในฐานะ Moderator ของการพูดคุย พ่อแม่ก็อาจเลือกตัวละครที่แตกต่างจากลูกๆได้ เพื่อเสริมแง่มุมงามๆ เพ่ิมเติมให้กับพวกเขาด้วย

ถึงตรงนี้หลายคนคงสงสัยละสิ ว่าผมเลือกเป็นตัวอะไร … คำตอบ คือ บากีลาร์ ผู้คุ้มกฎครับ เพราะผมต้องคอยคุมเจ้าเมาคลีในบ้าน 555

2) ชอบตอนไหนในเรื่องมากที่สุด เพราะอะไร

พอถามข้อนี้ ทั้งสองมองกันและยิ้มเล็กๆ ก่อนตอบว่า ชอบตอนเมาคลีกับบาลูร้องเพลงด้วยกันในน้ำ เพราะสนุกดี ดูแล้วอมยิ้มได้ตลอดทั้งตอน (น่าจะเป็นตอนที่ดู Slow Life และ Relax ที่สุดของเรื่อง)

ส่วนอีกตอนที่ชอบก็คือ ตอนที่เมาคลีสู้กับเชียร์คาน เสือโคร่งตัวร้ายในเรื่อง ทั้งสองชอบที่เมาคลีฉลาด และคิดวางแผนต่อสู้กับเชียร์คานจนเอาชนะได้

จัสตินบอกว่า “คิดว่าเมาคลีจะสู้ไม่ได้ซะแล้ว”

เห็นโอกาสตรงนี้ ภรรยาผมเลยแทรกวิธีคิดเข้าไปให้ลูกๆว่า “คนเราถ้ามีสติ เราเอาชนะทุกปัญหาได้หมด จำไว้ว่า ลูกต้องมีสติทุกครั้งที่เกิดปัญหา เข้าใจมั้ยเจ้าเมาคลี” 

รู้ดีว่าสิ่งที่เราบอกเขาในวันนี้ เขาอาจยังไม่เข้าใจทั้งหมด แต่ก็นั่นแหละ เราสองคนมองว่า การสอนลูกในเรื่องใดๆนั้น เราไม่มีทางพูดคร้ังเดียวแล้วเขาจะเป็นหรือคิดได้ในแบบที่เราสอนทันที ดังนั้นหน้าที่ของพ่อแม่ คือ ย้ำ ซ้ำ รวมไปถึงแสดงให้เขาดูเป็นตัวอย่างตลอดเวลาครับ

และเช่นเดิม ในข้อนี้พ่อแม่อย่าลืมเลือก Scene ประทับใจแทรกแง่งาม เสริมให้ลูกๆด้วยนะครับ

3) เรื่องสอนใจจากหนังเรื่องนี้

พอสิ้นคำถาม ทั้งสองคนตอบแทบจะพร้อมกันว่า “ทำดีได้ดี” ผมเลยถามว่าดูยังไงว่า ทำดีแล้วได้ดี? ทั้งออกัสและจัสติน ยกตัวอย่างเดียวกันเลยก็คือ ตอนที่เมาคลีช่วยลูกช้างที่ตกหลุมเอาไว้ แล้วในตอนหลังโขลงช้างก็มาช่วยเมาคลีดับไฟป่า

ตรงจุดน้ีจะคล้ายกันกับตำรวจสาวจูดี้ (กระต่าย) ในเรื่อง ZOOTOPIA ที่ช่วยเหลือหนูตัวหนึ่งไว้ในตอนต้นเรื่อง แล้วความดีครั้งนั้น ย้อนกลับมาช่วยเหลือเธอในภายหลัง

4) พ่อแม่ช่วยกันหยิบยกตอนเด่นๆ ตอนดีๆ ขึ้นมาเป็นประเด็นพูดคุย

ในเรื่อง THE JUNGLE BOOK ผมหยิบยกประเด็นเกี่ยวกับ …

“ดาบสองคม” ว่าด้วยเรื่องคุณและโทษของดอกไม้สีแดง (ไฟ) สัตว์เกลียดและกลัวคนเพราะดอกไม้สีแดง

“การเป็นตัวเอง” ว่าด้วยเรื่องวิถีการต่อสู้ของเมาคลี ที่ไม่มีเขี้ยว ไม่มีกงเล็บ ก็ต้องสู้ด้วยวิถีที่แตกต่าง ในทางของตัวเอง

“กฎกติกาสังคม” ว่าด้วยเรื่องของการผุดขึ้นมาของหินสันติ ห้วงเวลาที่สัตว์น้อยใหญ่ยังไงก็ต้องเคารพกัน

ฯลฯ

ในส่วนของข้อนี้ คุณพ่อคุณแม่ก็อย่าเอาแต่เล่าแต่สอนนะครับ (อย่าเล็คเชอร์) ใช้วิธีเกริ่นประเด็นนำ แล้วถามคำถามครับ ถ้าเขาตอบได้ก็ให้เขาตอบ เขาตอบผิดเพี้ยนไปบ้าง ก็ขำๆครับ และเขาไม่รู้ ก็ค่อยเล่าค่อยบอก

เพียงง่ายๆ แค่นี้ เราก็สามารถทำให้กิจกรรมเล็กๆ อย่างการดูหนังด้วยกันมีประโยชน์มากยิ่งขึ้น และได้เรียนรู้กันทั้งครอบครัว เพราะจะว่าไปหนัง 1 เรื่อง คนเราชอบไม่ชอบต่างกันไป และก็น่าจะได้แง่คิดมุมมองที่แตกต่างกันไปด้วย

การทำ AAR นอกจากจะช่วยตกผลึกความคิดให้ลูกๆแล้ว ยังสอนให้พวกเขาหัดรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญในการใช้ชีวิตอยู่บนโลกต่อไปในวันข้างหน้าได้อย่างมีความสุข แถมยังช่วยให้พ่อแม่แอบแทรกบทเรียนที่อยากจะสอนลูกๆ ผสมเข้าไปได้อีกด้วย (ดีกว่าใช้วิธีเรียกมาฟัง Lecture) และที่สำคัญสุดๆ ก็คือ การสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว และการได้รู้จักตัวตนของกันและกันครับ

ที่จริงการทำ AAR นั้น ไม่ได้จำกัดเฉพาะการดูหนังดูภาพยนตร์นะครับ การแข่งกีฬา การไปเที่ยวด้วยกัน ไปทำบุญไหว้พระ ก็ล้วนแล้วแต่ทำ AAR ได้ทั้งสิ้น แค่พ่อแม่หัดสังเกตเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นระหว่างทำกิจกรรม ก็สามารถหยิบยกไปเป็นประเด็นพูดคุยและเรียนรู้ได้แล้ว

บ้านไหนมีกิจกรรมร่วมกันบ่อยๆ อย่าลืมตบท้ายกิจกรรมดีๆทุกครั้งด้วย AAR กันนะครับ

One thought on “AAR: ตกผลึก เรียนรู้ หลังดูหนังกับลูกรัก

  1. Earth September 25, 2017 / 7:36 AM

    ดีจังเลยครับ ชอบครับ ขอบคุณบทตวามดีๆครับ

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s