สร้างการเรียนรู้ให้ลูกผ่านบอร์ดเกม

AJwithBoardGame

ตั้งแต่เด็ก ผมเป็นคนหนึ่งที่หลงใหลการเล่นเกมกระดานเป็นอย่างมาก เรียกว่าถ้าเพื่อนข้างบ้านหรือเพื่อนที่เรียนด้วยกันมาชวนเล่นเมื่อไหร่ เป็นอันได้ติดลมเล่นกันยาวๆ

บอร์ดเกมในโลกนี้มีมากมายหลายประเภท ซึ่งผมเองก็เล่นมันทุกประเภทเลย ตั้งแต่ปาร์ตี้เกม หรือเกมที่เน้นความสนุกสนาน เฮฮา ไม่ต้องใช้ความคิดมากนัก อาศัยความเร็ว ความไว และความจำ ไปยันเกมแนวกลยุทธ์ ที่เล่นกันทีนานสองสามชั่วโมง หรือบางทีนานถึงขั้นต้องกินข้าวไปด้วยเล่นไปด้วยก็มี

สองเกมที่เป็นจุดเริ่มต้นสร้างความเพลิดเพลินกับบอร์ดเกมให้กับผม ก็คือ “เกมเศรษฐี” กับ  “เกมนักสืบมหาภัย” และก็เป็นเกม 2 กล่องแรก ที่ผมและน้องๆขอแม่อยู่นาน กว่าแม่จะยอมซื้อให้ (เกมทั้งสองแปลมาจาก MONOPOLY และ CLUEDO ซึ่งเป็นเกมดังในต่างประเทศ)

ถึงทุกวันนี้จะมีเกมรูปแบบใหม่เกิดขึ้นมามากมาย แต่โดยส่วนตัว ผมก็ยังชอบบอร์ดเกม หรือเกมกระดาน มากกว่าเกมในสมาร์ตโฟน หรืออินเทอร์เน็ต (ออกแนวหัวโบราณนิดๆ) เพราะการเล่นเกมกระดานนั้น นอกจากจะได้สนุกกับตัวเกมแล้ว ยังได้สนทนา หยอกล้อ ได้เห็นหน้าเห็นอาการ และพูดแซวกันระหว่างผู้เล่นในวงด้วย ซึ่งบรรยากาศแบบนี้เป็นอรรถรสที่หาไม่ได้ในเกมยุคใหม่

นอกเหนือไปจากความสัมพันธ์อันดีแล้ว (ซึ่งบางครั้งก็ไม่ดีนะ เพราะมีเถียงและตบตีกันบ้าง 555) เกมกระดานยังสอนให้เราได้เรียนรู้คนที่เราเล่นเกมด้วย ตั้งแต่ความรู้ วิธีคิด ไปจนถึงนิสัยใจขอของเขาได้อีกด้วย

ถึงวันนี้วันที่ผมมีลูก ผมจึงเริ่มปลูกถ่ายและส่งต่อความสนุกสนานของเกมกระดานไปยังลูกๆของผมด้วย 

ผมเริ่มชวนลูกเล่นเกมตั้งแต่ลูกอยู่ชั้นอนุบาล เริ่มต้นด้วยกลุ่มเกมที่เรียกว่า เกมการ์ด (Card Game) และเกมกระดาน (Board Game) ที่ไม่ซับซ้อน เน้นความจำ การจับคู่ ภาพมิติสัมพันธ์ง่ายๆ ก่อน

ทุกครั้งที่จะเล่น พ่อ แม่ และลูกๆ ก็จะมาล้อมวงกัน เป็นประจำแบบนี้ทุกครั้งหลังอาบน้ำและทานข้าวเย็น จนเริ่มเหมือนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในบ้าน

สิ่งที่ผมสังเกตจากเล่นเกมด้วยกันทั้งครอบครัวก็คือ …

เด็กๆไม่รู้หรอกว่า เกมที่พวกเขากำลังจะเล่นนั้นมันจะสนุกหรือไม่อย่างไร แต่เพียงแค่เห็นพ่อแม่จะเล่นกับพวกเขา พวกเขาก็รู้สึกสนุกไปด้วยแล้ว

เด็กๆ ไม่ได้อยากเล่นเกมหรอก พวกเขาอยากเล่นกับพ่อแม่ของพวกเขาต่างหาก 

ดังนั้นต่อให้เป็นเกมอะไร กติกาเยอะหรือยากเย็นแค่ไหน ขอแค่พ่อกับแม่นั่งเล่นด้วย พวกเขาก็เล่นได้ และพร้อมจะเรียนรู้

ปัจจุบันออกัสและจัสติน (อายุ 7 และ 5 ขวบตามลำดับ, ปี 2558) สามารถเล่นเกมที่เด็กโต (10-14 ปี) เล่นกันได้อย่างสนุก เขาอาจยังไม่เก่งเรื่องกลยุทธ์ หรือวิธีการเอาชนะ แต่เท่าที่ผมสังเกตเห็นคือ พวกเขารู้สนุกทั้งครั้งที่ได้เล่น ได้จับอุปกรณ์ และได้มีกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว

ตั้งแต่เริ่มแนะนำลูกให้เล่นเกมจนถึงวันนี้ ผมพบข้อดีและสิ่งที่ลูกๆ สามารถเรียนรู้ได้จากเกมกระดาน ดังต่อไปนี้ (ทั้งระหว่างเกมและหลังจบเกม เราจะพยายามสื่อสารสิ่งเหล่านี้กับลูกๆเสมอ) 

1. เติมเต็มสายสัมพันธ์ในครอบครัว

 สำหรับผม การที่เราสี่คนได้นั่งเล่นเกมด้วยกัน (ในบางครั้งมีคุณยายมาแจมด้วย) ได้พูดคุยปรึกษา แนะนำ หยอกล้อ แซวและอำกันระหว่างเกม มันช่วงเวลาที่รู้สึกดีมากๆ ไม่ใช่เฉพาะลูก แต่พวกเราที่เป็นพ่อแม่ก็รู้สึกดีด้วยเช่นกัน 

มันอาจดูเหมือนเป็นโลกส่วนตัวของครอบครัวเราไปสักหน่อย แต่ก็นั่นแหละ! สุดท้ายโลกใบเล็กๆอย่างครอบครัว ก็คือโลกใกล้ตัวที่สำคัญที่สุดในชีวิตคนเรานั่นเอง 

2. “กติกา” คือ สิ่งสำคัญ

 การเล่นเกมฝึกให้เราพยายามที่จะเรียนรู้และทำความเข้าใจ “กติกา” คนประสบความสำเร็จในกิจการงานใด ก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่เข้าใจกติกาของสิ่งที่กำลังทำมากกว่าคนทั่วไปทั้งสิ้น

โลกแห่งความมั่งคั่งมีกติกา 

ถ้าลูกเรียนรู้ เข้าใจ และปฏิบัติตาม … ลูกก็จะมั่งคั่งได้

โลกแห่งความสำเร็จมีกติกา 

ถ้าลูกเรียนรู้ เข้าใจ และปฏิบัติตาม … ลูกก็จะประสบความสำเร็จในสิ่งที่มุ่งหวังได้ 

โลกแห่งความสุขมีกติกา 

ถ้าลูกเรียนรู้ เข้าใจ และปฏิบัติตาม … ลูกก็จะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข     

 นี่คือ สิ่งที่ผมสอนลูกเอาไว้ตั้งแต่อายุยังน้อย รู้ว่าเขาคงยังไม่เข้าใจมันหรอก แต่เชื่อว่ามันคือปมความคิดที่ฝังไว้ในปมความจำของเขา รอวันเติบโต เพื่อที่จะได้เรียนรู้ ต่อยอด และทำความเข้าใจมันต่อไป

3. การคิดเป็นระบบ และฝึกนิสัยรอบคอบ

กลุ่มเกมกลยุทธ์มักเป็นเกมที่มี Step ขั้นตอนการเล่น 4-5 อย่าง ใน 1 รอบตาเดิน แรกๆผมก็กลัวว่าพวกเขาจะเบื่อ และเล่นไม่ได้ แต่แค่เราเชื่อว่าเขาทำได้ และพยายามที่จะอธิบายให้เขาเข้าใจ เขาก็สามารถเล่นได้ในแบบที่เราเชื่อจริงๆ

ยกตัวอย่างเกม POWER GRID (เกมโรงไฟฟ้า)​ ซึ่งเป็นเกมสำหรับเด็กอายุ 13 ปีขึ้นไป แต่ออกัสและจัสตินสามารถเล่นได้อย่างคล่องแคล่ว มี 4 Step ต่อการเล่น 1 รอบ ถ้าเราให้เด็กจำว่าต้องทำอะไรบ้าง เขาจะรู้สึกเบื่อ แต่ถ้าพ่อแม่อดทนเล่าเรื่องราวว่า ทั้ง 4 Step เกี่ยวเนื่องกันอย่างไร เชื่อมโยงความเป็นเหตุเป็นผล พวกเขาก็จะเข้าใจได้ง่ายขึ้น ไม่เบื่อ แถมยังสร้างกลยุทธ์การเล่นเอาชนะพ่อแม่ได้ด้วย 

(4 Step ของเกม Power Grid คือ ประมูลโรงไฟฟ้า ซื้อเชื้อเพลิง สร้างบ้านเพื่อส่งกระแสไฟฟ้า และเรียกเก็บเงินค่าไฟ จากไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าของเราจ่ายไป … จะเห็นว่าทั้ง 4 ขั้นตอนมันเป็น Story ที่เป็นเหตุเป็นผล ไม่ยากเกินไปที่จะเล่าให้ลูกฟัง)

4. คนรอบตัวเป็นครูเราได้ทั้งส้ิน

หลายครั้งผมให้ลูกๆ ได้เล่นเกมกับลูกศิษย์ของผม ที่โตกว่าและเป็นผู้ใหญ่กว่า และมักจะสอนเขาว่า เวลาเล่นอย่าคิดถึงแต่สิ่งที่เรากำลังจะทำ แต่ให้มองดูคนอื่นด้วยว่าเขาเล่นอย่างไร และผลลัพธ์ที่เกิดกับการเล่นของเขาเป็นอย่างไร

“ดูสิ … พี่กัสใช้เงินซื้อโรงไฟฟ้าดีๆไปหมด สุดท้ายก็เลยไม่มีเงินซื้อเชื้อเพลิง มีโรงไฟฟ้า ไม่มีเชื้อเพลิง มันก็เปล่าประโยชน์” ผมกระซิบจัสติน

“เราต้องเหลือเงินไว้ซื้อเชื้อเพลิงบ้างใช่มั้ยครับ” จัสตินถามกลับ

 5. สมาธิ

ผมชอบสีหน้าและแววตาของลูกๆเวลาคิดวางแผนการเล่นบนเกมกระดาน มากกว่าเวลาที่พวกเขาหน้านิ่วคิ้วขมวดเล่นเกมบนจอแท็บเล็ตเยอะเลยครับ แล้วถ้าคุณแบ่งเวลาเล่นเกมกระดานกับลูกๆบ่อยๆ พวกเขาจะไม่ติดเกมบนคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตอย่างแน่นอน 

ที่สำคัญ … เขาจะเป็นคนทำอะไรมีสติ มีสมาธิ รู้จักว่าเมื่อไหร่ควรช้า เมื่อไหร่ควรเร็ว ยิ่งเล่นเกมกระดานด้วยกันบ่อยเข้า จะเห็นตรงนี้ได้อย่างชัดเจนครับ ถือเป็นวิธีฝึกสมาธิที่ดีอีกวิธีหนึ่ง

6. เรียนรู้วิธีรับมือกับความพ่ายแพ้ 

ข้อนี้เป็นข้อดีที่ผมไม่ได้คิดมาก่อนว่าเกมกระดานจะให้ เรื่องมันเริ่มต้นจากการเล่นเกมด้วยกันครั้งแรกๆ แล้วพี่ออกัสเกิดพลาดท่าแพ้ให้กับจัสติน วันนั้นออกัสโกรธและอายมาก เพราะคิดว่าตัวเองโตกว่า ก็น่าจะเก่งกว่า และเอาชนะน้องได้ 

แรกๆ ผมกับภรรยาก็ยังหาวิธีรับมือกับเรื่องนี้ไม่ได้ดีนัก ได้แต่บอกว่าไม่เป็นไรลูก คนเราแพ้กันได้ ไม่จำเป็นต้องชนะเสมอไป แพ้ก็แค่สู้ใหม่ เดี๋ยวก็ชนะได้ … ก็ได้แค่ปลอบใจตามสถานการณ์ไป

สุดท้ายบทเรียนที่สอนได้ง่ายๆ เลย ก็คือ วันหนึ่งที่พ่อกลายเป็นคนแพ้เอง ผมได้แต่หัวเราะตัวเองที่พลาดแพ้ลูก วันนั้นออกัสหันมามองผมแล้วถามว่า “พ่อไม่เป็นอะไรเหรอที่แพ้”

ไม่เลยลูก แพ้ก็แพ้ แพ้ก็แค่ตั้งกระดานเล่นใหม่ ความพ่ายแพ้เป็นเรื่องธรรมดา 

เมื่อแพ้ก็ต้องเป็นผู้แพ้ที่ดี ยอมรับความพ่ายแพ้ 

ในขณะที่ถ้าชนะ ก็ต้องเป็นผู้ชนะที่ดี ไม่เยาะเย้ยผู้แพ้ 

… นั่นคือสิ่งที่ผมเล่าและตอบลูกในวันนั้น 

มาจนถึงวันนี้ พวกเราผลัดกันแพ้ ผลัดกันชนะ จบเกมด้วยเสียงหัวเราะ แล้วก็ตั้งกระดานเล่นกันใหม่ เกมกระดานสอนผมและลูกให้รู้จักรับมือกับความพ่ายแพ้ได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียว

ทั้งหมด คือ มุมมองดีๆ จากเกมกระดานที่ผมนำมาใช้เป็นเครื่องมือในเรียนรู้ ตามหลักการใช้เวลาร่วมกัน หมั่นสร้างกิจกรรมดีๆ และเรียนรู้ซึ่งกันและกันในครอบครัว 

คุณพ่อคุณแม่ท่านใดยังไม่เคยเล่นเกมกระดาน ผมอยากให้ลองดูสักครั้งครับ ผมรับประกันได้เลยว่า คุณต้องสนุกและชอบมันแน่ๆ และเมื่อชอบแล้ว ก็อย่าลืมสร้างกิจกรรมดีๆกับลูกด้วยเกมกระดานดูนะครับ … 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s